รพ.สต. หลายแห่งไม่มีเจ้าหน้าที่ IT ประจำ แล้วเวลาคอมพิวเตอร์เสีย HOSxP เข้าไม่ได้ ปริ้นสติกเกอร์ยาไม่ได้ ส่งข้อมูลไม่ได้ Server ช้า หรือฐานข้อมูลมีปัญหา สุดท้ายใครเป็นคนดูแล?
ถ้าทำงานอยู่ใน รพ.สต. มานาน น่าจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ
“โทรหา IT โรงพยาบาลให้ช่วยดูหน่อย”
ผมทำงานด้าน IT โรงพยาบาลมาหลายปี เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พบได้เรื่อย ๆ และอยากเล่าในมุมของคนที่อยู่ปลายสายเวลามีคนโทรมาขอความช่วยเหลือบ้าง
IT โรงพยาบาล ไม่ได้เป็นช่างคอมประจำ รพ.สต.
เรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ IT โรงพยาบาลไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบคอมพิวเตอร์ของ รพ.สต. ทุกแห่งโดยอัตโนมัติ
แต่ในชีวิตจริง การทำงานของเครือข่ายสาธารณสุขไม่ได้แยกกันขาดขนาดนั้น
เรารู้จักกัน ทำงานร่วมกันมาหลายปี ประชุมด้วยกัน ออกตรวจเยี่ยมด้วยกัน บางครั้ง IT โรงพยาบาลก็ต้องออกไปเป็นพี่เลี้ยงหรือช่วยเหลือด้านระบบสารสนเทศให้หน่วยบริการในเครือข่าย
พอสนิทกัน เวลามีปัญหาก็เลยโทรหากัน
- HOSxP เข้าไม่ได้
- ปริ้นสติกเกอร์ยาไม่ได้
- ส่งข้อมูลไม่ได้
- คอมพิวเตอร์เสีย
- เครื่องช้า
- Database มีปัญหา
- Server เปิดไม่ขึ้น
- Backup ไม่รู้ว่ายังทำงานอยู่หรือเปล่า
ถ้าแก้ผ่าน Remote ได้ก็ช่วยกันไป
บางครั้งคอมพิวเตอร์เสียก็ยกเครื่องมาที่โรงพยาบาลให้ช่วยดู
ส่วนใหญ่ที่ช่วย ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง แต่เพราะรู้จักกันและทำงานเป็นเครือข่ายเดียวกันมานาน
จากคำว่า “ช่วยดูให้หน่อย” บางครั้งกลายเป็นงานประจำโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การช่วยเหลือกันครับ
ผมเองก็คิดว่าอะไรช่วยกันได้ก็ควรช่วยกัน
แต่เมื่อช่วยบ่อย ๆ สิ่งที่เคยเป็น “ช่วยดูให้หน่อย” อาจค่อย ๆ กลายเป็นความเข้าใจว่า
“ถ้ามีปัญหาเรื่องคอม โทรหา IT โรงพยาบาลได้เลย”
ทั้งที่ IT โรงพยาบาลเองก็มีงานประจำที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
ทุกวันนี้งาน IT โรงพยาบาลไม่ได้มีแค่ซ่อมคอมพิวเตอร์ แต่ยังมีทั้ง
- HIS / HOSxP
- Server และ Virtualization
- Database
- Network
- Firewall
- Backup
- Cybersecurity
- ระบบ Claim
- ระบบบริการผู้ป่วย
- ระบบสารสนเทศภายในโรงพยาบาล
- การดูแลความต่อเนื่องของระบบเมื่อเกิดปัญหา
ดังนั้น การออกไปแก้คอมพิวเตอร์หรือระบบของหน่วยงานอื่นจึงมีต้นทุนทั้งเรื่อง เวลา กำลังคน และความรับผิดชอบ
บางแห่งจึงเริ่มใช้การจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้องสำหรับงานที่อยู่นอกเหนือภารกิจปกติ ซึ่งผมมองว่าชัดเจนและเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายมากกว่า
แล้วจริง ๆ ใครควรดูแล IT ของ รพ.สต.?
คำตอบของแต่ละพื้นที่อาจไม่เหมือนกัน เพราะโครงสร้างการบริหารและต้นสังกัดแตกต่างกัน
บางพื้นที่มีบุคลากรด้าน IT ของ สสอ. ช่วยดูแล
บางพื้นที่มีทีมจากโรงพยาบาลแม่ข่ายช่วย
บางพื้นที่มีคนใน รพ.สต. ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์
บางแห่งมีผู้รับจ้างหรือคนรู้จักในสายงานช่วยดูแล
แต่ปัญหาที่พบคือ บางพื้นที่ไม่มีคนรับผิดชอบด้าน IT โดยตรง
เมื่อไม่มีคนรับผิดชอบ ปัญหาจึงมักไหลไปหาคนที่ “พอจะช่วยได้”
และหลายครั้งคนนั้นก็คือ IT โรงพยาบาลใกล้ ๆ
เมื่อ รพ.สต. ย้ายสังกัด เรื่อง IT ยิ่งควรมีคนรับผิดชอบชัดเจน
ปัจจุบัน รพ.สต. หลายแห่งมีการถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
เมื่อโครงสร้างต้นสังกัดเปลี่ยน ผมคิดว่าระบบสนับสนุนด้าน IT ก็ควรมีความชัดเจนตามไปด้วย
ถ้า อบจ. มีทีม IT สำหรับดูแล รพ.สต. ในเครือข่ายอยู่แล้ว นั่นเป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีผู้รับผิดชอบโดยตรงและรู้จักระบบในพื้นที่
แต่ถ้ายังไม่มีคนเพียงพอ สิ่งที่ควรวางแผนในระยะยาวคือ
ใครดูแล Server?
ใครตรวจสอบ Backup?
HOSxP มีปัญหาจะติดต่อใคร?
Database เสีย ใครเป็นคนกู้?
ถ้า Server พังตอนเช้า จะกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างไร?
เรื่องเหล่านี้ไม่ควรรอให้ระบบพังก่อนแล้วค่อยหาว่า “จะโทรหาใครดี”
ปัญหาของ รพ.สต. หลายแห่ง ไม่ใช่ไม่มีเทคโนโลยี แต่ไม่มีคนดูแลต่อเนื่อง
จากประสบการณ์ที่ผมพบมา รพ.สต. ที่ระบบ IT พัฒนาไปได้ดี มักมี ใครสักคนในหน่วยงานที่สนใจเรื่องนี้จริง ๆ
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์
อาจเป็น ผอ.รพ.สต. หรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานมานานและชอบด้านคอมพิวเตอร์ก็ได้
คนกลุ่มนี้มักเริ่มตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น
ทำไม HOSxP ของเราช้าจัง?
Server เครื่องนี้ใช้มากี่ปีแล้ว?
Backup ที่มีอยู่ ถ้า Server พังจริง กู้กลับมาได้หรือไม่?
Database อยู่ในเครื่องเดียว แล้วถ้า Hard Disk เสียจะทำอย่างไร?
เปลี่ยนจาก Windows มาใช้ Linux Server ได้ไหม?
ทำอย่างไรให้ระบบเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น?
คำถามเหล่านี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบ
รพ.สต. ไม่จำเป็นต้องมี IT เก่งทุกเรื่องอยู่ประจำหน่วยงาน แต่ควรรู้ว่าระบบของตัวเองมีอะไรบ้าง มีความเสี่ยงตรงไหน และเมื่อเกิดปัญหาจะติดต่อใคร
รพ.สต. ไม่มี IT ประจำ ควรเริ่มดู Server จากตรงไหน?
ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการซื้อ Server ราคาแพงครับ
ลองเริ่มจากสำรวจระบบที่มีอยู่ก่อน
1. เครื่องฐานข้อมูลอายุเท่าไร?
ถ้าเครื่องเปิดทำงานทุกวันมาหลายปี ควรรู้ว่า Hard Disk หรือ SSD มีอายุประมาณเท่าไร และมีแผนรองรับเมื่ออุปกรณ์เสียหรือไม่
2. HOSxP และ Database อยู่ที่ไหน?
ควรรู้ว่า Database อยู่เครื่องใด ใช้ Windows หรือ Linux และใช้ MariaDB/MySQL รุ่นใด
อย่างน้อยเมื่อเกิดปัญหา เราจะรู้ว่าต้องเริ่มตรวจสอบจากตรงไหน
3. Backup มีจริง แต่เคยลองกู้หรือยัง?
เรื่องนี้สำคัญมาก
การเห็นไฟล์ Backup อยู่ใน Folder ไม่ได้แปลว่าเรากู้ระบบกลับมาได้แน่นอน
ควรตรวจสอบว่า Backup ทำงานสม่ำเสมอหรือไม่ ไฟล์สมบูรณ์หรือไม่ และควรมีสำเนาแยกออกจาก Server หลัก
เพราะถ้า Server และ Backup อยู่ในเครื่องเดียวกัน แล้วเครื่องเสียพร้อมกัน Backup นั้นอาจช่วยอะไรไม่ได้
4. ถ้า Server พังวันนี้ จะให้บริการต่ออย่างไร?
ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า
ถ้าพรุ่งนี้เช้าเปิด Server ไม่ขึ้น รพ.สต. จะกลับมาใช้ HOSxP ได้ภายในกี่ชั่วโมง?
ถ้ายังตอบไม่ได้ นั่นคือจุดที่ควรเริ่มวางแผน
Windows หรือ Linux ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด
หลายคนอาจคิดว่าผมทำ Linux แล้วจะต้องแนะนำให้ทุก รพ.สต. เปลี่ยนมาใช้ Linux
จริง ๆ ไม่ใช่ครับ
ผมมองว่า ระบบที่เหมาะสมกับหน่วยงานสำคัญกว่าชื่อของระบบปฏิบัติการ
บางแห่ง Windows เดิมยังทำงานดี เครื่องยังดี Backup มีระบบ และมีคนดูแล ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
แต่บางแห่ง Server เดิมเริ่มเก่า ระบบช้า หรืออยากแยก Database ออกจากเครื่องใช้งานทั่วไป การใช้ Linux Server + MariaDB ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ผมเคยเขียนเหตุผลที่เลือกใช้ Linux สำหรับงาน Database ไว้แล้ว สามารถอ่านต่อได้ที่
ทำไมผมเลือก Linux แทน Windows มาทำ Database Server
และถ้าต้องการดูแนวทาง Linux Server สำหรับ รพ.สต. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Linux Server สำหรับ รพ.สต. — SSDPCU
SSDPCU เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยตรงช่องว่างนี้
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมทำ SSDPCU.com
ผมไม่ได้ตั้งใจเข้าไปแทน IT โรงพยาบาล และไม่ได้ต้องการไปแย่งงานทีม IT ของพื้นที่
ถ้า รพ.สต. มีทีม IT ของ สสอ. อบจ. หรือโรงพยาบาลแม่ข่ายดูแลดีอยู่แล้ว ใช้ทีมเดิมดีที่สุดครับ
เพราะคนในพื้นที่ย่อมรู้จักระบบและบริบทของหน่วยงานดีที่สุด
แต่ผมพบว่ายังมี รพ.สต. บางแห่งที่ ไม่มีเจ้าหน้าที่ IT ประจำ หรือมีคนสนใจพัฒนาระบบ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
แนวคิดของ SSDPCU จึงค่อนข้างง่าย
“ผู้ช่วยด้าน IT สำหรับ รพ.สต. ที่ไม่มี IT ประจำ”
ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับ
- HOSxP
- Linux Server
- MariaDB / MySQL
- Backup
- การย้ายฐานข้อมูล
- Server ช้า
- การวางระบบสำรองข้อมูล
- หรืออยากปรับปรุงระบบเดิมแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน
สามารถเข้ามาคุยหรือ ปรึกษาเบื้องต้นได้ฟรี
บางเรื่องอาจแนะนำวิธีตรวจสอบให้ แล้วเจ้าหน้าที่สามารถทำต่อเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย
ถ้าเป็นงานที่ต้องติดตั้ง ย้ายระบบ หรือวางระบบจริง ๆ ค่อยประเมินรายละเอียดกันอีกครั้ง
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ SSDPCU.com
สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า Server ต้องเป็นยี่ห้ออะไร
สำหรับผม เป้าหมายของระบบ IT ใน รพ.สต. ไม่ใช่การมี Server แรงที่สุด หรือใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สุด
แต่คือ ระบบต้องช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ และเมื่อเกิดปัญหาต้องสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้
Server จะเป็นเครื่องใหญ่หรือ Mini PC
จะใช้ Windows หรือ Linux
จะใช้ HDD หรือ SSD
รายละเอียดเหล่านี้เลือกให้เหมาะกับแต่ละแห่งได้
แต่มี 3 เรื่องที่ควรตอบให้ได้เสมอ
ข้อมูลของเราอยู่ที่ไหน?
Backup ของเรากู้กลับมาได้จริงไหม?
และถ้าระบบพัง วันนี้เราจะโทรหาใคร?
ถ้า รพ.สต. ตอบสามคำถามนี้ได้ชัดเจน ระบบ IT ก็เดินมาถูกทางแล้วครับ
SSDPCU — ผู้ช่วยด้าน IT สำหรับ รพ.สต. ที่ไม่มี IT ประจำ